เบาหวาน EP-1
คนที่มีอาการของเบาหวาน มันไม่ได้จบแค่เบาหวาน (ใครอ่านจบขอให้ถูกหวย) (ร่ำรวยไร้เบาหวาน)
อยากเล่าแบบบ่น ๆ เล่าแบบใช้ภาษาง่ายๆบ้านๆอย่าว่ากันนะคับ จากประสบการณ์โดยตรงที่ดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นเบาหวานมาหลายปี ถ้าใครยังไม่ได้เป็นเบาหวาน ฟังไว้ดีดีนะ เบาหวานเนี่ย แม่งไม่ได้เป็นโรคที่เป็นแล้วก็หาย คนที่คิดว่าฉันหุ่นดี ไม่มีทางเป็น หรือฉันอ้วน ฉันต้องเป็นแน่เลย มาทำความเข้าใจกันครับ
เบาหวาน ไม่เลือกหุ่น ผอมก็เป็นได้ อ้วนก็เป็นได้ คนอ้วนน้ำหนักตัวเยอะ แต่ไม่เป็นเบาหวานก็มีมากมายมหาศาล หุ่นนายแบบนางแบบ เป็นเบาหวานก็มีมากมายมหาศาล
สำคัญที่การกิน
ถ้าผู้ที่เข้ามาอ่านยังไม่เป็นเบาหวาน ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่คุณจะระมัดระวังตั้งแต่วันนี้ หรือหากผู้อ่านเองเป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว เข้ามาอ่าน ก็เป็นการดีที่จะทำให้ตัวเราเอง ไม่มีค่าเบาหวานสูงมากไปกว่านี้ หรือมีโรคเพิ่มเติมเป็นของแถมได้อีกหลายโรค
เบาหวานเป็นโรคที่มีของแถม
ไม่ใช่เป็นเบาหวานแล้วจะเป็นแค่โรคเดียว
ถ้าคุณเคยซื้อของ แล้วได้ลุ้นโชค 2 ชั้น แล้วคุณได้รับ โอ้โห คุณโคตรโชคดีเลย อาจจะได้ทอง 2 ชั้นก็ได้ แต่เบาหวานไม่ใช่นะคับ เบาหวานแถมโชคได้มากมาย เช่น โรคไต โรคความดัน โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดตีบ เส้นเลือดแตก เส้นเลือดอุดตัน ไขมันพอกตับ ระบบต่างๆในร่างกายลวนไปหมด
ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย เป็นแผลแค่มีดบาด มีโอกาสตัดแขน ตัดขาได้ นี่ก็เป็นความอันตรายของเบาหวาน บางคนอาจบอกชั้นไม่เป็นหลอกหย่ะ ชั้นกินแต่ของจืด ๆ มันมีโรคเบาจืดด้วยนะคับ ตาย ๆ ชั้นต้องสู้ชีวิตมากๆ อีกแล้ว ใช่เลย ทุกคนต้องสู้ชีวิตมากๆคับ โลกมันอยู่ยาก แต่โรคมันมาง่าย
ความอร่อยฆ่าคนตาย
บุคคลใดบ้างที่จะมีโอกาสพ้นจากโรคเบาหวาน บุคคลผู้นั้นคือ บุคคลที่ชอบทำอาหารกินเองโดยไม่ใช้ผงชูรส แต่ก็อย่าไปตายเอาที่กะทินะคับ ถามว่าทำอาหารกินเองมันดีกว่ายังไงที่จะเสี่ยงต่อเบาหวานน้อย ก็คือ คุณสามารถควบคุมปัจจัยการปรุงได้ทั้งหมด ใช้วัตถุดิบที่เราสามารถเลือกได้ ถามว่า อ้าว ไอ้คนเขียนนี่ก็นะ ใครจะไปมีเวลาทำกับข้าวกินเองล่ะคับท่าน ถึงแม้ว่าถ้าวันนี้คุณยังไม่มีโอกาสที่จะทำอาหารได้เองเพราะเวลามันไม่เอื้ออำนวย
แต่ถ้าคุณต้องซื้อกิน คุณดูเปอร์เซ็นต์การผสมของน้ำตาลในสิ่งที่คุณซื้อได้ครับว่าใส่น้ำตาลกี่เปอร์เซ็นต์ มีส่วนผสมของสารให้ความหวานอะไรบ้าง หรือถ้าเป็นอาหารจานเดียว คุณสั่งได้อย่าใส่ชูรส สามารถดูแลตัวเองได้ ถ้าต้องซื้อกิน แต่ก็ได้แค่ประมาณนึงนะคับ ดีกว่าไม่ดูแลตัวเองเลย ความอร่อยส่วนใหญ่ของอาหาร เกิดจากชูรส และ น้ำปลา ความอร่อยนี่แหล่ะฆ่าคนตาย คนที่ทำอาหารเองบ่อยๆ จึงมีโอกาสได้ควบคุมมากกว่า ก่อนทุกอย่างมันจะสายเกินไป
เบาหวานมาจากกรรมพันธุ์ เป็นมรดกส่งต่อลูกหลานได้
หรือตัวเราอาจเป็นคนแรกของตระกูล
ที่ได้รับการ RECORD ว่าเป็นเบาหวานก็ได้
พ่อแม่ปู่ย่าตายาย นอกจากมีมรดกทรัพย์สินให้ลูกหลานแล้ว ก็ยังอาจทิ้งมรดกเบาหวานถ่ายทอดทางพันธุกรรมไว้ให้ลูกหลานได้ด้วยเช่นกัน เออ! ดีเว้ยเห้ย ! ทิ้งมรดกให้ด้วย ถ้าเป็นมรดกทางทรัพยสินอย่างเดียวก็คงจะดีต่อทุกคนใช่มั้ยคับ หาได้เป็นแบบนั้นไม่ ท่านได้เตรียมเบาหวานไว้ให้คุณด้วย ขอบคุณหลายๆ เลยใช่มั้ยคับ
เป็นเบาหวานแล้ว มันไม่ใช่แค่การดูแลหรือคอยระมัดระวังแค่เรื่องอาหารการกินเพียงอย่างเดียวนะคับ มันมีเรื่องของสภาวะช๊อคน้ำตาล ต้องคุมไม่ให้มากเกินไป และไม่ใช่เข้มงวดจนน้อยเกินไป กะจะเอาให้เลขเบาหวานลด แต่ช๊อคได้ ต้องทำให้มันลด แต่อย่าหักดิบ เพราะจะช๊อค นอกจากนั้นต้องดูแลไม่ให้ผู้ป่วยมีบาดแผลนะคับ เพราะจะหายอยาก หรือเป็นแผลเรื้อรังได้ มีแผลกดทับเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอีกต่างหาก ความอันตรายจะอยู่ตรงอาการช๊อคซึ่งอาจน๊อคไปเลยแล้วไม่ฟื้นกลับมาอีกก็ได้ หรือเกิดบาดแผล แม้กระทั่งแผลธรรมดาทั่วไปก็กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงได้
อย่าคุมเข้มจนเกิดสภาวะช๊อค อย่าให้ผู้ป่วยมีแผล
เป็นเบาหวานแล้วให้กินยาสมุนไพรจะดีมั้ย มันดีแค่ในแง่ ผลตรวจเบาหวาน เมื่อเราเอาตัวเลขขึ้นมาโชว์ “นี่เห็นมั้ยตั้งแต่ทานสมุนไพรตัวนี้มา ค่าเบาหวานลงไปเพียบเลย” แล้วรู้มั้ยคับว่าแง่ไม่ดีมันคืออะไร? แง่ไม่ดีของมันก็คือ เนื่องจากการที่เรารับประทานยาเบาหวานและต้องทานเป็นเวลานานๆ ต่อเนื่อง มันจะสะสมให้ผู้ป่วยลามจนเป็นโรคไต หากไม่คุมอาหารควบคู่ และยาสมุนไพรนี่หล่ะคับ ที่ทำให้คนเป็นโรคไต “ไอ้คนเขียน เอ็งก็พูดมั่ว แบบนี้แปลว่ายาสมุนไพรไม่ดีล่ะสิ” ยาสมุนไพรนั้นดีอยู่แล้วละครับ เพียงแต่ว่าสารที่อยู่ในสมุนไพรที่มันยังไม่ได้สกัดเฉพาะสารที่เราต้องการออกมา มันมีสารอื่นอยู่ด้วย ก็เลยทำให้ไตทำงานหนัก มันก็เลยสามารถพ่วงโรคไตวาย มาได้ด้วยอีก 1 โรค
อ้าว ! แล้วที่ถูกต้องจะกินยังไงให้เบาหวานลด ไม่เป็นโรคไต เลิกกินยาก็ไม่ได้ เพราะเป็นเบาหวานแล้วก็ต้องกินไปตลอด มันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ คับ เพราะเรากินยาปฏิชีวนะซึ่งมันมีผลต่อไตโดยตรง ถ้าแบบนั้นต้องไปปรับในเรื่องของการทานอาหารให้ดี ส่วนสมุนไพรเป็นสิทธิและความเชื่อส่วนบุคคล มันช่วยทำให้เบาหวานลดได้จริง แต่ก็ส่งผลเพิ่มต่อไตจริงๆ ทางสายกลางคือ กินร่วมนิด ๆ ไม่ใช่กินเพื่อจงในให้ค่าเบาหวานลดแล้วสบายใจ
ค่าเบาหวานลดอาจทำให้คุณสบายใจ แต่ก็อาจจะเพิ่มค่าไตก็ได้คับที่ทำให้น่าเป็นห่วง เดี๋ยวพอมีโรคไตแล้ว จะมีการคุมอาหารแบบเข้มงวดอีก หนักกว่าคุมเบาหวาน ทีนี้พอร่างกายขาดอาหารที่เคยกินตอนเป็นเบาหวานไปหลายเมนู พอไปคุมค่าไตแล้ว อาจจะช๊อคเบาหวานก็ได้ เห็นมั้ยคับ มันดูแลยากลำบากจริง ๆ อย่าให้เป็นเบาหวานกันเลยนะครับ ดูแลอาหารการกินกันดีๆซักนิด ในอาหารที่ไร้รสชาด หรือมีรสชาดบ้างเพียงนิดหน่อย ถ้าต้องคุมโรคไตอีก มันจจะทำให้ผู้ป่วยเบื่ออาหาร ไม่มีเรี่ยวแรง และช๊อคได้
มีผู้คนมากมายที่ไม่รู้ตัว ว่าตัวเองเป็นเบาหวาน
ลางสังหรณ์ว่าจะเป็นดูจากอะไร
คนจำนวนมากไม่รู้ตัวเองว่าเป็นเบาหวาน เพราะไม่อยากตรวจ ไม่อยากรับรู้ ไม่อยากกังวล เดี๋ยวรู้ว่าเป็นแล้วจะไม่สบายใจ ไม่อยากไปหาหมอ ผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยคับ 555 ความรู้สึกมันคือ ไม่อยากตรวจ ไม่อยากรับรู้เลย แล้วคนโดยมากที่เป็น ก็มักจะได้รับการตรวจในภายหลังแล้วมารู้ว่าเราเป็น แต่เพราะไม่เคยตรวจนี่แหล่ะ เลยประมาท ส่วนในคนที่ตรวจอยู่สม่ำเสมอ ผมขอบอกเลยว่า ดีมากๆ คับ ดีจริง ๆ รู้มั้ยคับว่าคนที่ไม่เคยตรวจ ไม่เคยรู้ว่าตัวเองเป็นหรือไม่เป็นจะทำแบบไหน คำตอบคือ อาศัยออกกำลังกายเอา ออกกำลังกายอยู่อย่างสม่ำเสมอ คงไม่เป็นมั้ง น้ำหนักก็ไม่ได้เยอะแยะอะไร รูปร่างก็ยังดีอยู่ แต่อย่างที่บอกนะครับ เบาหวานไม่เกี่ยวกับรูปร่างอ้วนผอมด้วย คนผอมก็เป็นได้ คนอ้วนก็เป็นได้ เพียงแต่คนอ้วนน้ำหนักตัวเยอะมีความเสี่ยงมากกว่าเนื่องจากการทานอะไรและมีไขมันสะสมเยอะ
ลางสังหรณ์ว่าจะเป็นเบาหวานดูจากอะไร แน่นอนทุกคนย่อมรู้กันอยู่แล้วว่าโดยมากมักให้ดูจากฉี่ คือฉี่ทิ้งไว้ ไม่ต้องราดน้ำ แล้วดูว่ามีมดมาขึ้นมั้ย นี่เป็นวิธีเบสิคง่ายๆเลย หรือสังเกตุอาการฉี่บ่อยๆ ชั่วโมงนึงฉี่หลายครั้ง นี่ก็มีแนวโน้มว่าจะใช่ ให้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจะเป็น อาจจะ นะ จนกว่าจะได้ตรวจถึงจะรู้แน่ชัด
มันมีโรคที่น่ากลัวเกิดขึ้นก่อนเป็นเบาหวานด้วยนะ
ถึงตายหรือพิการได้เลยก่อนเป็นเบาหวาน
และโรคนี้อาจเป็นในช่วงที่เป็นเบาหวานแล้ว
คุณมีเวลาเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้นที่ต้องถึงมือหมอ
มันเป็นโรคที่ไม่เลือกเพศ ไม่เลือกวัย ไม่เลือกหุ่น
โคตรน่ากลัวเลยหล่ะ
โรคที่ว่านี้คือโรค เส้นเลือดตีบในสมอง แต่บางคนจะเป็น แตกในสมอง บางคนจะเป็นแบบอุดตัน ทำให้เกิดอาการชาขยับเขยื้อนอวัยวะไม่ได้ ท่อง 3 คำนี้ไว้เลย “แตก ตีบ ตัน” ถ้าไม่คุมไขมันและน้ำตาล โรคนี้จะมาก่อนเบาหวาน บางคนจะเป็นช่วงที่เป็นเบาหวาน ให้สังเกตอาการผู้ป่วยต่อไปนี้เพื่อที่จะต้องรีบส่งโรงพยาบาลโดยฉับพลัน ไม่อย่างงั้นจะกลายเป็นคนอัมพฤกษ์ อัมพาต ไปตลอดชีวิตได้ คุณมีเวลา 4 ชั่วโมงเท่านั้น (คุณแม่ของผู้เขียนก็เป็น อาจจะถึงมือหมอช้าไป แต่ไม่ได้ช้ามาก ช้าไปไม่กี่ชั่วโมง แต่ต้องใช้เวลากายภาพอยู่นานกว่าคุณแม่จะเริ่มกับมาพูดได้)
ขอยกตัวอย่างจากอาการของคุณแม่ ก่อนที่จะมาเป็นเบาหวาน คือเป็นเส้นเลือดตีบในสมอง 2 ส่วน คือส่วนกลางและส่วนซ้าย ในคนที่เป็นโรคนี้ อาการเริ่มต้น อยู่ดีๆ จะอ่อนแรง แบบจู่ๆก็เป็นไม่มีที่มาที่ไป แม้แต่จานโฟมยังยกลำบากมือไม่มีแรง ผู้ป่วยจะกินของหกกระจายเรี่ยราด ให้สังเกตุทรงปากด้วย นอกจากมือที่อ่อนแรงยกแขนไม่ได้ หรือบางคนเดินแล้วล้ม ขาอ่อนแรงไปข้างนึง หรือทั้งสองข้างเลยก็มี อยู่ดีๆ ปากจะเริ่มเบี้ยวนิด ๆ และพูดไม่ชัด ดูอ่อนเพลีย เดินใกล้ๆ ก็ล้ม ถ้าเริ่มเป็นเมื่อไหร่ รีบส่งโรงพยาบาลที่ห้องฉุกเฉินทันที ไม่ต้องไปทำบัตร ยื่นบัตรให้เสียเวลา แจ้งห้องฉุกเฉินว่า “ผู้ป่วยมีอาการของโรคสโต๊ค” ชำชื่อโรคนี้ไว้เลยนะคับ แค่บอกว่า มีอาการสงสัยว่าเป็นสโต๊ค คุณจะได้รับการช่วยเหลือจากห้องฉุกเฉินอย่างเร็ว จำแค่นี้พอ “สโต๊ค” ถ้าส่งหมอไม่ทัน ลุ้นเลยอัมพฤกษ์ครึ่งตัวหรือเต็มตัวตลอดชีวิตจนเป็นอัมพาตไปเลย น่ากลัวมาก ๆ คุณอาจเห็นคลิปตามยูทูป ที่บางคนกินกาแฟ อยู่ดีๆ มือไม่แรงทำกาแฟหก เดินไป 2 ก้าว ล้มลงไปนอนกองกับพื้น บางทีล้มแล้วตายเลย มันเป็นโรคไม่แสดงอาการแล้วอยู่ๆ แสดงอาการฉับพลันครับ
คุณแม่ของผม ปัจจุบันอายุ 64 ปี ในปี พ.ศ.2565 ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดตีบ(ชื่อของโรคคือสโต๊คคับ)ในสมอง 2 ส่วน ส่วนกลางและส่วนซ้าย เป็นโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง และโรคไตระยะสุดท้าย
ก่อนเป็นเบาหวานเป็นโรคสโต๊ค ปากเบี้ยวข้างนึง พูดไม่ชัด กายภาพด้วยการฝึกพูดกว่า 4 เดือน ทรงปากเบี้ยวกลับมาได้ พูดชัดเหมือนเดิม แต่ตอนเดินต้องใช้วอร์คเกอร์ ถ้าใครส่งหมอทันใน 4 ชั่วโมง โชคดีมากๆคับ แต่ส่วนใหญ่คนไม่รู้ คือไม่รู้ว่าเป็นอะไร คิดว่าอ่อนแรงเฉยๆ เลยไม่ไปส่งหมอ หรือคิดว่าอ่อนเพลียทำธรรมดา แต่พอกลับมาเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต กันเยอะคับ
นอนดึกเสี่ยงเบาหวาน
คงมีคำถามนะคับ นอนดึกมันจะเสี่ยงเบาหวานได้ยังไง มันเสี่ยงตรงนี้คับ ในคนนอนดึกร่างกายมันจะต้องการความสดชื่น ยิ่งถ้านอนดึกแล้วต้องตื่นแต่เช้าเป็นประจำด้วย ในตอนเช้ามันจะไม่สดชื่น ตัวเราเองอาจจะมองหาอะไรที่มีรสชาติอร่อยกินแล้วชื่นใจในยามเช้า เป็นไปได้ทั้งหมด ขนมหวานๆ น้ำอัดลม กาแฟเย็นที่ใส่นม พอกินเป็นประจำมันก็เลยสะสมและเสี่ยงที่จะเป็นครับ บางคนต้องมีของกินมื้อดึกด้วย และคนที่ทำงานสายความคิด สายไอเดีย ใช้สมองเยอะ ๆนะคับ พอใช้ความคิดไปมาก ๆมันจะล้าๆ อยากจะออกกำลังกาย ยังรู้สึกไม่มีพลัง ไม่มีกะจิตกะใจจะออกเลย อยากกินน้ำหวานๆสดชื่น มันเหมือนกับว่าน้ำตาลคืออาหารของสมอง ยิ่งใช้ความคิดเยอะ ก็ยิ่งต้องการน้ำตาล คิดอะไรไม่ออกลองหาอะไรที่สดชื่นอย่างน้ำอัดลม ทานดูสิครับ มันจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ความคิดโลดแล่น ไม่ใช่เพราะมันเป็นสิ่งที่ดีที่ควรทำนะครับ มันเป็นเพราะเราพักผ่อนนอนหลับน้อยเกินไป
เมื่อใช้ความคิดมากๆ ด้วยเลยต้องการความสดชืนของน้ำตาลที่มาในรูปแบบของอาหารทุกอย่างที่เราอยากทาน บางทีดื่มน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวมันไม่สดชื่น ต้องไม่แก้ไขที่การหาอะไรกินครับ ต้องแก้ที่ไปนอนพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนน้อยมันมีปัจจัยเสี่ยงในการกินเพราะความโหยของร่างกาย แล้วมันก็ยังส่งผมทำให้ระบบเผลาผลาญพลังงานของร่างกาย เผลาพลาญได้ช้าลงด้วย บางคนออกกำลังกายจัด ออกอย่างหนัก แต่หุ่นไม่ดีเพราะอะไร เพราะระบบเผาผลาญครับ ปัญหาของคนนั้นไม่ได้อยู่ที่การออกกำลั แต่อยู่ที่การพักผ่อน ปัญหาของคนนอนดึกเช่นกัน มันทำพาไปสู่มื้อที่ 4 หรือนำพาไปสู่โภชนาการที่มีน้ำตาลที่ต้องกินต้องดื่มอยู่เป็นประจำ ก็เลยเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
พบกันใน เบาหวาน EP 2 นะครับ

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)










ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น